วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คพ.ขึ้นบัญชีโรงแรมใบไม้เขียว ให้ขรก.ไปสัมมนาเป็นมิตรสวล.

กรณีที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้กำหนด 14 สินค้า และ 3 บริการ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้หน่วยงานราชการจัดซื้อจัดจ้างไปใช้ในหน่วยงาน ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551-2554 โดยเริ่มจากร้อยละ 25 ของงบประมาณในปีแรก และเพิ่มเป็นร้อยละ 30, 40 และ 60 ตามลำดับ และภายในปี 2554 ทุกหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจจะต้องดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดอย่างเคร่งครัด

นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง รองอธิบดี คพ. กล่าวว่า สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทุกชนิดที่กำหนดเอาไว้ตอนนี้มีมาตรฐานชัดเจน ซึ่ง คพ.ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (ทีอีไอ) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ขณะนี้กำลังทำหนังสือเชิญชวนหน่วยงานระดับกรมของแต่ละกระทรวงเข้าร่วมเพื่อเป็นแบบอย่าง ปี 2551 ต้องมีหน่วยงานร่วมปฏิบัติ 25% ขึ้นไป ปี 2552-2554 ต้องมีหน่วยงานร่วมปฏิบัติ 25, 50, 75 และ 100% ตามลำดับ คิดว่าหน่วยงานที่จะต้องปฏิบัติการเรื่องนี้ 25% แรก ควรจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมโดยตรง คือ ทส. กระทรวงพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการฝ่ายคุณภาพสิ่งแวดล้อมและห้องปฏิบัติการ คพ. กล่าวว่า ภาคบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมประเภทโรงแรมนั้น โรงแรมที่หน่วยงานราชการต้องไปพักหรือจัดสัมมนา จะต้องเป็นโรงแรมที่ได้รับเกียรติบัตรใบไม้สีเขียว หรือได้รับมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือ ISO 14001 ขณะนี้มีโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานดังกล่าวทั่วประเทศ 80 แห่ง แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ บางจังหวัดเท่านั้น

หากหน่วยงานไหนจะไปสัมมนาในโรงแรม จะต้องเป็นโรงแรมที่กำหนดเอาไว้ตามหลักเกณฑ์นี้เท่านั้น แต่ปีแรก เช่น ไปสัมมนา 4 ครั้ง จะต้องเลือกโรงแรมที่มีคุณสมบัติดังกล่าวอย่างน้อย 1 ครั้ง แต่ปี 2554 ต้องทุกครั้ง ถ้าพื้นที่ใดไม่มีโรงแรมที่มีคุณสมบัตินี้ก็ให้พิจารณา โรงแรมที่มีระบบกำจัดขยะและกำจัดน้ำเสีย รวมทั้งไม่มีปัญหาร้องเรียนเรื่องสิ่งแวดล้อมแทน ซึ่งหน่วยงานต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล และในส่วนของโรงแรมนั้น ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดที่โรงแรมแต่ละแห่งต้องไปให้ถึงเป้าหมายได้รับเกียรติบัตรใบไม้เขียว และ ISO 14001 โรงแรมไหนได้รับมาตรฐานเหล่านี้ก็จะได้ขึ้นบัญชีที่ คพ. ซึ่งหน่วยงานรัฐสามารถเลือกบริการได้ตามความเหมาะสม ดร.วิจารย์กล่าว

ดร.วิจารย์กล่าวว่า สำหรับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตัวอื่นๆ เช่น กระดาษชำระนั้น หากไม่ได้รับฉลากเขียว ก็จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สารฟอกขาวและโลหะหนักจำพวกตะกั่ว ปรอท หรือแคดเมียม เป็นส่วนประกอบ สีทาอาคารจะต้องมีสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้ไม่เกินปริมาณที่กำหนด หลอดฟลูออเรสเซนต์ ต้องมีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นชั่วโมง ได้รับมาตรฐาน มอก. มีปรอทบรรจุไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อหลอด เป็นต้น


วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ไอซ์ ไม่รู้ ก้อย พาหลวง เข้าโรงแรม

ไอซ์-อภิษฎา ไม่รู้ ก้อย-รัชวิน พาหลวง-พสุ เข้าโรงแรมดัง ย่านเพลินจิต ผวา โรคจิต ตื้อ เคาะประตูรถ หลังทำงานเสร็จที่ ห้างดัง ปัดเลือกคบแต่คนรวย ลั่น ปีนี้ ไม่มีถ่ายหวิวแน่นอน

"กับข่าวที่ว่า หลวงกับก้อยพากันเข้าโรงแรม อันนี้ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่ขอออกความคิดเห็น หลวงเขาเป็นผู้ชายโสด เขาก็สามารถคุยกับใครได้ก็ ไม่ผิด เรื่องที่เขาสนิทกับก้อยมากน้อยแค่ไหน ไอซ์ ไม่ได้ถามคะ เราก็ไม่อยากรู้ เพราะต้องให้เกียรติและเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าเขาคบกันจริง ก็ โอเค ผู้ชายคนหนึ่ง อยากมีแฟนก็เป็นเรื่องธรรมดา ก็ไม่รู้ว่าจะไปด้วยกันด้วยดีหรือไม่ ก็ไม่สามารถบอกได้ แต่ถ้าคบกันแล้ว ไปได้ดี ก็ยินดีด้วย พี่หลวง ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรมากมาย เขาก็ขอโทษที่มันเป็นข่าวแบบนี้ออกมา ในก็เป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับเขา เพราะเขาไม่ใช่คนในวงการด้วย เลยตกใจ เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไร เขาก็ขอโทษ เพราะตัวเขาเองก็รู้ว่า ไอซ์ ไม่ชอบเรื่องแบบนี้ เราเองก็เฉยๆ ไม่มีอะไร เขาขอโทษที่ทำให้เราต้องมานั่งตอบคำถาม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่อง เขาก็โทรมาไม่บ่อยคุยกันเฉพาะเรื่องธุระเท่านั้น"

กลัวไหมจะมีปัญหากับก้อย เพราะต้องเล่นละครที่ช่อง 3 ด้วยกัน "ก็ไม่เห็นมีอะไรเลยเพราะเราก็เคยเล่นละครด้วยกัน ถึงตอนนี้มีข่าวก็ไม่เห็นว่าจะต้องไปคุยอะไรกับเขา เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา กับข่าวเกาเหลา คงไม่มี เพราะ ไอซ์ ก็ชัดเจนอยู่ ก็ไม่ได้แสดงอาการ หรือ พูดอะไรไม่ดีเราให้เกลียดเขาทั้งคู่ ไอซ์ไม่ชอบมีปัญหาเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ก็รับงานคู่ได้อยู่แล้ว มันไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญ"

กับกระแสข่าวที่ว่า ถ้าไม่ใช่ลูกคนรวย ไอซ์ ไม่คบ "จะบอกว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ ไอซ์ มีความคิดพอ ถ้าสมมุติเกิดรวย เพอร์เฟค แต่นิสัยไม่ดี ไม่สามารถคบเราได้ ก็ไม่รู้จะคบไปทำไม ไอซ์ไม่ได้รวยและไม่ได้จน เลยไม่จำเป็นต้องคบคนรวย แต่นิสัยแย่ ทนคบไปเพราะเขารวยมันก็ไม่ได้ขนาดนั้น ไอซ์ ชอบคนที่ดูแลตัวเองได้ดี เราไม่ต้องไปดูแลอะไรเขามาก ขอแค่ผู้ชายดูแลตัวเองได้ดี ตอนนี้ ไม่มีใครคุยแล้ว อยากทำให้เราเปิดใจ แต่ก็มีบ้างที่คุยๆ เป็นเพื่อนทานข้าวปกติ "

ส่วนเรื่องหนุ่ม ๆ ที่ ไอซ์คุยด้วยอยู่ ปรึกษาหลวงไหม ก็ไม่ถึงขนาดนั้น เราก็เป็นเพื่อน ๆ กัน ถ้ามีคนมาจีบ แล้วต้องปรึกษาเขาขนาดนั้นก็คงไม่ใช่ หลวงเขาคงรู้ว่า ไอซ์ สามารถดูแลตัวเองได้ดี ผู้ชายที่เขามาจีบ คงไม่ใช่เพื่อนหลวงหรอกคะ มันน่าเกลียดเกินไปแต่ก็เข้าใจว่าสังคมมันค่อนข้างแคบ แต่ก็คงไม่ใช่เพื่อนสนิทขนาดนั้น" ซัมเมอร์ปีนี้ เรื่องถ่ายชุดว่ายน้ำ มันก็มีติดต่อถ่ายมาบ้าง แต่ยังไม่โอเค แต่ไม่ถ่ายแน่นอนปีนี้ ที่ไม่ถ่าย เพราะเราถ่ายมาแล้ว แต่ไม่ได้ถ่ายมา 2 ปี ถ้า ไอซ์ ถ่ายอีกคน ก็จะหาว่า ถ่ายอีกแล้ว และอีกอย่างยังไม่มีคอนเซ็ปไหนโดนใจด้วย ใจมันยังไม่อยากถ่าย แต่ถ้าจะถามว่า อยากเห็นใครถ่ายชุดว่ายน้ำ คงจะเป็น พอลล่า เทเลอร์ คงน่ารักเขามีความเซ็กซี่อยู่แล้ว ถึงไม่โป๊มาก ก็คงจะน่ารักแน่นอน"


วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โวย มาร์ค ซุ่มไฟเขียวให้โรงแรมขายน้ำเมาวันพระใหญ่

เครือข่ายองค์กรต้านเหล้าออกโรงโวย มาร์ค ลงนามในประกาศสำนักนายกฯให้โรงแรมขายน้ำเมาวันพระใหญ่ เรียกร้องออกมาอธิบายเหตุผล พร้อมจี้ เสธ.หนั่น ลาออกเหตุมีธุรกิจเกี่ยวพันเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำคณะเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค ออกรณรงค์และประชาสัมพันธ์การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2552 ในวันพระใหญ่ คือ วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี และห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน จ.นนทบุรี จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2552 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2552 แต่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2552 ซึ่งตามประกาศดังกล่าว กำหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ 4 วัน คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา โดยยกเว้นให้ขายในโรงแรม ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงแรมที่มีการจดทะเบียนที่ถูกต้องเท่านั้น โดยมีผลบังคับใช้ถัดจากวันประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คือ ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นไป

นายมานิต กล่าวว่า การจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ นอกจากจะขัดต่อหลักศีลธรรมในพุทธศาสนาแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ในการออกตรวจในห้างสรรสินค้าในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการร้านค้าให้รับรู้กฎหมายและปฏิบัติตาม หากยังพบมีการจำหน่าย ในครั้งแรกจะตักเตือนก่อน และหากพบกระทำผิดครั้งที่ 2 จะดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยไม่มีการยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"การดำเนินการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 เรื่องแรกที่จะต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาดตามกฎหมาย คือ การห้ามขายเหล้าที่ใต้ถุนหอพักนักศึกษา และการควบคุมการขายเหล้าปั่น" นายมานิตกล่าว

นายมานิต กล่าวอีกว่า ผลกระทบการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากอวัยวะภายในถูกทำลายแล้ว ยังมีปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ครอบครัวขาดความอบอุ่น ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาสังคมด้วย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่ก้าวสู่การเป็นนักดื่มเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าในช่วงปี 2539-2550 มีเยาวชนอายุ 15-19 ปี ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และที่น่าเป็นห่วงคือ มีเด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี ในสถานพินิจฯที่กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย/ชีวิต และเรื่องเพศ เกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึงประมาณร้อยละ 50

นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า เมื่อมีประกาศให้ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ ยกเว้นในโรงแรม สธ.คงทำได้เพียงรณรงค์ขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรม ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา เพราะแต่ละปีมีเพียง 4 วัน เท่านั้น ในทางกลับกันหากโรงแรมใดออกมาประกาศตัวว่าจะไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ คิดว่าจะเป็นโอกาสในการสร้างภาพลักษณที่ดีในการดึงแขกทั้งต่างชาติ และคนไทย

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า การยกเว้นให้โรงแรมขายเหล้าในวันพระใหญ่ ไม่ใช่มติของ สธ. แต่เป็นมติของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ซึ่งมีคณะกรรมการจากหลากหลายหน่วยงาน เรื่องนี้จึงไม่ใช่ข้อเสนอที่ สธ.จะต้องรับผิดชอบ เพราะโดยปกติ สธ.มีการรณรงค์ไม่ให้จำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาอยู่แล้ว รวมทั้งวันอื่นๆ สธ.ก็ไม่เคยสนับสนุน เพราะเป็นที่ทราบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

นายสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่าการกระทำของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เรียกประชุมเพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ขอให้ผ่อนผันการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงแรม เนื่องในโอกาสวันสำคัญทางศาสนา เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา และมีการเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนามทันทีในค่ำวันเดียวกัน ทั้งๆ ที่เป็นช่วงวันหยุดยาว ถือมีความผิดปกติ เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทุกกรณี แต่กลับมีการลงนามปรับปรุงแก้ไขวันที่ 4 กรกฎาคมอีกครั้ง เพื่อยกเว้นให้ขายในโรงแรมได้

"เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีต้องออกมาอธิบายให้สังคมทราบว่าการกระทำดังกล่าวมีเหตุผลอะไร และการยกเว้นให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงแรมมีประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือต่อธุรกิจใดกันแน่ ที่สำคัญ พล.ต.สนั่น ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายฯ ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้โดยการลาออกจากตำแหน่ง เพราะอย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ก็ทำพลาดไปครั้งหนึ่งเกี่ยวกับนโยบายอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น และครั้งนี้ พล.ต.สนั่นยังไม่เข็ด พยายามทำเรื่องซ้ำๆ ที่ไม่ส่งผลดีต่อคนไทย"

นายสงกรานต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่รู้ว่ามีประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เนื่องจากเครือข่ายคัดค้านมาโดยตลอดว่า พล.ต.สนั่นไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว เพราะมีธุรกิจที่เกี่ยวพันกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งองค์การอนามัยโลกเคยระบุว่า การจะดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสังคม ไม่ควรมีธุรกิจใดๆ ที่ส่อผลประโยชน์เกิดขึ้น ถือเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลไทยที่แต่งตั้ง พล.ต.สนั่นดำรงตำแหน่งนี้ ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์พิจารณาว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่ที่จะให้ พล.ต.สนั่นดำรงตำแหน่งอยู่ เพราะมิฉะนั้นรัฐบาลจะเสียภาพลักษณ์ทันที